12 Best รีวิวหนัง บัญชีที่จะติดตามใน Twitter

"ขุดหนังเก่ามารีวิว Land of The Lost ตั้งใจจะห่วย ผู้ใดกันก็ช่วยไม่ได้

มนุษย์ดาวอื่นตุ๊กตายาง ไดโนเสาร์ที่ราวกับได้รับแรงผลักดันมาจาก Jurassic Park ลิงหน้าคน (ที่งานแต่งหน้าวิธีเฮงซวย) นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง น่าจะเป็นส่วนประกอบชั้นยอดของภาพยนตร์ตลกเบาสมองหลุดโลก ซึ่งหนังที่มีชื่อว่า Land of The Lost ก็ “ลอส” สมชื่อเต็มๆเพราะเหตุว่าทุนสร้าง 100 ล้านเหรียญฯ ประเด็นนี้ ต้องทำให้สตูดิโออย่างยูนิเวอร์แซลต้องเกิดอาการกุมขมับครั้งใหญ่ เพราะเมื่อสิ้นสุดการเข้าฉายจากทั่วทั้งโลกแล้ว หนังทำรายได้อยู่ที่ 68 ล้านเหรียญฯ เรียกได้ว่าขาดทุนไปกว่า 32 ล้านเหรียญหรือมากยิ่งกว่านั้น

image

เคราะห์ซ้ำบาปซัดยังไม่จบเท่านั้น ปัจจัยหลักที่ทำให้หนังคว่ำสนิทมาจากข้อวิพากษ์วิจารณ์แล้วก็ความรู้สึกของผู้ชมที่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ว่ามันเป็นหนังแย่เรื่องหนึ่งรายปี 2009 ทำให้หนังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Razzie Awards รีวิวหนัง 2010 ทั้งหมด 8 สาขา ก่อนจะเอารางวัลในสาขา Worst Remake, Rip-Off or Sequel ไปนอนกอดท้ายที่สุด

ในความเป็นจริงแล้ว Land of The Lost เป็นโทรทัศน์ซีรีส์ที่เป็นที่รู้จักในยุค 70 ซึ่งเป็นรายการสำหรับครอบครัวว่าด้วยคุณพ่อนักวิทยาศาสตร์รวมทั้งลูกๆที่หลุดไปในยุคไดโนเสาร์ ทำให้พวกเขาจำต้องอุตสาหะหาทางรอดชีวิต ความยาวทั้งมวล 3 ซีซั่น ส่วนในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นั้นยูนิเวอร์แซล สตูดิโอเลือกกางรด สิลเบอร์ลิ่ง มานั่งแท่นควบคุม ซึ่งก่อนหน้านี้เขามีผลงานโดดเด่นอย่าง City of Angels (1998) รวมทั้ง Lemony Snicket's A Series of Unfortunate Events (2004)

ความแตกต่างระหว่างสองเวอร์ชั่นนี้อยู่ที่ว่า เวอร์ชั่นโทรทัศน์ซีรีส์เป็นงานที่ออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวสามารถสนุกสนานไปกับเรื่องราวได้ แต่ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ ซึ่งมีลักษณะ “ล้อเลียน” งานต้นฉบับชนิดเดียวกันกับหนังอย่าง Starsky & Hutch หรือ The Brady Bunch Movie ที่ “ตั้งมั่น” ล้อผลงานในสมัยก่อน โดย Land of The Lost ปรับเปลี่ยนหมดทั้งตัวละครหลวงเรื่อง รวมไปถึงใส่บรรดามุกเฮฮาหยาบที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ หรือพูดคำหยาบคาย ซึ่งเอาเข้าใจแล้วการที่หนังเรื่องนี้ได้เรตติ้ง PG-13 ส่งผลให้หนัง “ทะลึ่งตึงตัง” ได้ไม่สุดทาง มุกที่ควรจะตลกก็เปลี่ยนเป็นแป้กกลางทาง

"